การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน

Posted on

การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน

ตัวอย่างที่ 1

เรื่อง : การใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันและการวิเคราะห์กลุ่มในการศึกษาคุณลักษณะของนักศึกษาในสถาบันราชภัฎกำแพงเพชรที่มีลักษณะมุ่งตนและมุ่งงาน

ผู้วิจัย : นันทริก เทียมพิทักษ์

ปี : 2539

หน่วยงาน : วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันด้วยโปรแกรมลิสเรล (LISREL VIII)

2.1 ตารางผลการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร และผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของตัวแปรองค์ประกอบ

2.2 แผนภาพแสดงองค์ประกอบของโมเดลการวิเคราะห์ที่มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์

ตาราง 3 ค่าสหสัมพันธ์ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของตัวแปรเป้าหมายในการเรียน

ตัวแปร

SD

g1

g2

g3

g4

g5

g6

g7

g8

g9

g10

g1
g2
g3
g4
g5
g6
g7
g8
g9
g10

4.011
4.018
2.980
3.683
3.887
2.381
2.492
2.973
2.969
2.971

0.838
1.002
0.970
1.045
1.009
1.037
1.019
1.184
0.956
1.030

1.000
0.294**
0.166**
0.207**
0.229**
-0.025
-0.013
0.035
-0.159**
-0.144*


1.000
0.163**
0.196**
0.226**
0.095
0.049
0.103*
0.006
0.072

1.000
0.261**
0.199*
0.129*
0.111*
-0.032
-0.252**
-0.043

1.000
0.272**
0.032
0.025
-0.029
-0.210**
-0.028

1.000
0.101*
0.073
0.028
-0.171**
-0.032

1.000
0.435**
0.156**
0.085
0.039

1.000
0.270**
0.040
0.075

1.000
0.143**
0.242**

1.000
0.317**

1.000

หมายเหตุ *P < .01 **P < .001

ตาราง 4 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของตัวแปรเป้าหมายในการเรียนที่มีลักษณะมุ่งตนและมุ่งงาน

ตัวแปร

เมตริกซ์น้ำหนักองค์ประกอบ

R-Square

สัมประสิทธิ์คะแนนองค์ประกอบ

เป้าหมายการเรียน

มุ่งงาน

มุ่งตน

g1

0.37(0.06)**

0.20

0.25

g2

0.43(0.09)**

0.19

0.21

g3

0.37(0.07)**

0.15

0.25

g4

0.49(0.10)**

0.22

0.25

g5

0.53(0.09)**

0.27

0.35

g6

0.32(0.09)**

0.10

0.30

g7

0.11(0.06)**

0.01

-0.12

g8

0.42(0.07)**

0.12

0.13

g9

0.38(0.06)**

0.16

0.17

g10

0.77(0.12)**

0.56

0.66

หมายเหตุ *P < .05 **P < .01

จากตาราง 4 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของตัวแปรสังเกตได้ทั้ง 10 ข้อ เมื่อพิจารณาจากค่าน้ำหนักองค์ประกอบ พบว่า ตัวแปรสังเกตได้ในข้อ 1 – 5 มีความสัมพันธ์กับองค์ประกอบเป้าหมายการเรียนที่มีลักษณะมุ่งงาน และตัวแปรสังเกตได้ในข้อ 6 – 10 มีความสัมพันธ์กับองค์ประกอบเป้าหมายในการเรียนที่มีลักษณะมุ่งตน และผลการทดสอบโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าไคสแควร์ = 8.30 ที่ระดับองศาอิสระ = 14 p = 0.87 และ GFI = 1.00 มีค่าเศษเหลือในรูปคะแนนมาตรฐานระหว่างตัวแปรสูงสุดคือ 1.71 ซึ่งมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสม (2.00) ค่าความเที่ยงของตัวแปรสังเกตได้มีค่าระหว่าง 0.01 – 0.56 ข้อที่มีค่าความเที่ยงสูงที่สุดคือข้อ 10

แผนภาพที่ 4 โมเดลแสดงองค์ประกอบในตัวแปรเป้าหมายในการเรียน



ตัวอย่างที่ 2

เรื่อง : การสร้างแบบทดสอบวัดความสามารถทางสมองตามทฤษฎีเชาวน์ปัญญาของสเติร์นเบอร์ก (Triarchic Theory)

ผู้วิจัย : พิศมัย สาระกูล

ปี : 2542

หน่วยงาน : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

2.3 การวิเคราะห์องค์ประกอบในขั้นตอนนี้ จะตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างขององค์ประกอบของทฤษฎีย่อยกับในทฤษฎีเชาวน์ปัญญาของสเติร์นเบอร์ก

เพื่อให้ผลการวิจัยครั้งนี้ได้ภาพรวมของทฤษฎีเชาวน์ปัญญาของสเติร์นเบอร์กเป็นดัชนีเพียงตัวเดียว ผู้วิจัยจึงได้ใช้โปรแกรมลิสเรลวิเคราะห์องค์ประกอบอันดับที่สอง (Second Order Factor Analysis) เพื่อสร้างดัชนีรวมของทฤษฎีเชาวน์ปัญญาของสเติร์นเบอร์ก ซึ่งมีองค์ประกอบทฤษฎีย่อยด้านการคิด (COM) องค์ประกอบทฤษฎีย่อยด้านประสบการณ์ (EXP) และ องค์ประกอบทฤษฎี่ย่อยด้านการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อม (CON) รวม 3 ตัวแปร มีผลการวิเคราะห์องค์ประกอบ 2 ขั้นตอนดังตาราง 26

ตาราง 26 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบอันดับที่สอง ตามโมเดลเชาวน์ปัญญาของสเติร์นเบอร์ก

องค์ประกอบ

น้ำหนักองค์ประกอบ b(SE)

R-Square

สัมประสิทธิ์คะแนนองค์ประกอบ

การวิเคราะห์องค์ประกอบอันดับที่หนึ่ง
องค์ประกอบ COM
X1
X2
X3
X4
องค์ประกอบ EXP
X5
X6
X7
X8
องค์ประกอบ CON
X9
X10
X11
X12
การวิเคราะห์องค์ประกอบอันดับที่สอง
องค์ประกอบ COM
องค์ประกอบ EXP
องค์ประกอบ CON

0.547**(0.043)
0.628**(0.042)
0.635**(0.043)
0.300**(0.046)

0.362**(0.045)
0.651**(0.041)
0.649**(0.041)
0.320**(0.044)

0.442**(0.045)
0.790**(0.041)
0.606**(0.043)
0.367**(0.045)

1.12**(0.05)
1.01**(0.05)
0.92**(0.05)

0.300
0.395
0.403
0.090

0.131
0.423
0.422
0.102

0.195
0.624
0.367
0.135

1.00
1.00
0.83

1.33
0.01
-0.28
-0.01

0.07
0.13
0.09
-0.02

0.07
0.39
0.18
0.11

Chi-square = 19.81 df = 39 (P=1.0) GFI = 0.99 AGFI = 0.99

จากตาราง 26 ผลการวิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างโดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับขั้นที่สองด้วยโปรแกรมลิสเรล ผลการวิเคราะห์จากตาราง 26 แสดงให้เห็นว่าในแต่ละโมเดลซึ่งมีลักษณะเป็นโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละองค์ประกอบของทฤษฎีย่อยกับทฤษฎีเชาวน์ปัญญาของสเติร์นเบอร์กมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีมาก พิจารณาได้จากค่าไคสแควร์ (Chi-square = 19.81) ซึ่งมีค่าความน่าจะเป็น (P = 1.00) ที่องศาแห่งความเป็นอิสระ 39 นั่นคือ ค่าไคสแควร์ แตกต่างจากศูนย์อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงว่ายอมรับสมมติฐานหลักที่ว่าโมเดลการวิจัยสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ นอกจากนี้ยังพิจารณาได้จากค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืน (GFI = 0.99) ค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้ว (AGFI = 0.99) แสดงให้เห็นว่าโมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์เช่นเดียวกัน

สำหรับการวิเคราะห์องค์ประกอบอันดับที่สอง พบว่า น้ำหนักองค์ประกอบขององค์ประกอบทฤษฎีย่อยทั้ง 3 ทฤษฎี มีค่าเป็นบวก มีขนาดสูงตั้งแต่ 0.92 ถึง 1.12 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ทุกค่า เรียงลำดับจากค่าน้ำหนักองค์ประกอบมากไปน้อย คือ 1.12, 1.01 และ 0.92 ตามลำดับ

ภาพประกอบ 13 โมเดลตามแนวทฤษฎีเชาวน์ปัญญาของสเติร์นเบอร์กโดยใช้โปรแกรมลิสเรลในการวิเคราะห์