การบริหารงานบุคคล

Posted on

การบริหารงานบุคคล 
               ทรัพย์สินที่มีความสำคัญมากที่สุดของธุรกิจขนาดย่อมคือ พนักงาน เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมตระหนักดีว่าการปฏิบัติงานของพนักงานจะส่งผลกระทบต่อความมีประสิทธิภาพของ

อ่านต่อ

ธุรกิจ ซึ่งความสำเร็จของธุรกิจขึ้นอยู่กับระดับของสติปัญญาและความสามารถของพนักงานเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารงานบุคคลในขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
การกำหนดความต้องการของงาน
                ผู้ประกอบการสามารถกำหนดความต้องการของงานได้โดย
                การวิเคราะห์งาน (Job Analysis) เป็นพื้นฐานในการเขียนคำบรรยายลักษณะงาน การวิเคราะห์งาน คือ การตรวจสอบที่เป็นระบบเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับงาน  ซึ่งจะระบุถึงทักษะ  ความรู้และความสามารถของพนักงานที่จะมาปฏิบัติงาน  ซึ่งข้อมูลที่จะได้รับจากการวิเคราะห์งานนั้นมีดังต่อไปนี้
                1. การจัดทำคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) ซึ่งจะสรุปถึงงานความรับผิดชอบและหน้าที่งานรวมทั้งประเภทของงานที่พนักงานจะต้องทำความรับผิดชอบของงานสภาพการทำงานที่ผิดปกติและความสัมพันธ์กับงานอื่นๆ ซึ่งการจัดทำคำบรรยายนั้นจะให้ความสนใจกับพนักงานว่าจะปฏิบัติงานอะไร ปฏิบัติที่ใด ปฏิบัติอย่างไร
                2. การกำหนดคุณสมบัติที่ต้องการของงาน (Job Specification) โดยจะเน้นให้รายละเอียดเกี่ยวคุณสมบัติ  ความรู้ ทักษะและความสามารถที่บุคคลต้องการเพื่อปฏิบัติงานจนเป็นที่พอใจ   ซึ่งคุณสมบัตินั้นประกอบด้วย  การระบุข้อความด้านกายภาพ  ประสบการณ์ศึกษาและทักษะที่พนักงานต้องการในการปฏิบัติงาน
 
การสรรหาพนักงาน
         การสรรหาพนักงาน คือ จุดมุ่งหมายของเจ้าของกิจการธุรกิจขนาดย่อมเพื่อค้นหาและจ้างบุคคลซึ่งมีคุณภาพในด้านการศึกษา ประสบการณ์และคุณสมบัติส่วนตัวที่เหมาะสมกับลักษณะงานซึ่งในการพิจารณานั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ธุรกิจมีความเจริญเติบโตและประเด็นที่สำคัญในการเลือกสรรและจ้างพนักงานคือการบรรยายลักษณะของงานโดยครอบคลุมทั้งหมด สถานที่รับสมัคร,ลักษณะของพนักงานที่เราต้องการมากที่สุดและวิธีการอบรมหลังจากเข้ารับทำงาน
       กระบวนการในการคัดเลือกพนักงาน
               กระบวนการในการคัดเลือกพนักงาน  คือ เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  ในเรื่องของความรู้  ความสามารถ  ความชำนาญและความถนัดในด้านต่าง ๆ เพื่อพิจารณาว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับประเภทของงานที่มีอยู่หรือไม่โดยกระบวนการในการคัดเลือกพนักงานได้แก่ พิจารณารายละเอียดข้อมูลจากใบสมัคร การสัมภาษณ์ การทดสอบ และการตรวจร่างกาย

      การปฐมนิเทศ
               การปฐมนิเทศ  เมื่อธุรกิจตัดสินใจว่าจะว่าจ้างบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะต้องทำการปฐมนิเทศที่เหมาะสมเพื่อให้รู้จักธุรกิจและขอบเขตของงานเพื่อบรรเทาความหวาดกลัวและสามารถปรับตัวเริ่มทำงานได้เร็วที่สุด
      การฝึกอบรม
                  การฝึกอบรม  ในธุรกิจขนาดย่อมเจ้าของหรือผู้ประกอบการจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเรื่องของการฝึกอบรมพนักงานซึ่งการฝึกอบรมแบ่งออกได้ดังนี้
                1. การฝึกอบรมในขณะปฏิบัติงาน (On – the – Job Training (OJT)) การฝึกอบรมประเภทนี้จัดขึ้นสำหรับงานที่ต้องใช้ทักษะเป็นส่วนใหญ่
                2.การหมุนเวียนงาน (Job Rotation)  นับว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะถ้าหากว่าพนักงานคนใดคนหนึ่งเจ็บป่วย พนักงานอีกคนหนึ่งสามารถทำงานแทนได้ การหมุนเวียนงานเป็นวิธีการหนึ่งในการเอาชนะปัญหาความซ้ำซากและความเบื่อหน่ายในการทำงานและเป็นการเพิ่มขวัญ เนื่องจากบุคคลคนหนึ่งจะได้รับประสบการณ์ในการทำงานที่แตกต่างกันไป
                3. การฝึกอบรมเป็นกลุ่ม (Group Training)  ประโยชน์พิเศษประการหนึ่งของเทคนิคนี้คือ ผู้เข้าร่วมในการฝึกอบรมแต่ละคนมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในขณะที่รับฟังและเรียนรู้จากเรื่องต่างๆที่ผู้อื่นนำมาพูดในการพิจารณาร่วมกันเกี่ยวกับปัญหาต่างๆหรือการแสดงความคิดเห็น
                4. การฝึกอบรมนอกสถานที่  การฝึกอบรมที่มีคุณค่าเป็นจำนวนมากถูกจัดขึ้นโดยแหล่งต่างๆภายนอกธุรกิจ  คือ
                         4.1 มหาวิทยาลัยและวิทยาลัย ธุรกิจขนาดย่อมบางแห่งออกค่าใช้จ่ายให้พนักงานที่ศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย
                       4.2 การศึกษานอกเวลาทำงานและการศึกษาทางไปรษณีย์ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยได้จัดให้มีการศึกษานอกเวลาทำงานซึ่งมักจะสอนในตอนเย็นจึงทำให้ไม่เสียเวลาในการทำงาน
                          4.3 ผู้จำหน่ายสินค้าให้แก่ธุรกิจ เช่น ผู้จำหน่ายสินค้าสามารถให้คำแนะนำในการใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสมแก่ธุรกิจได้
                     4.4 ภาพยนตร์ ธุรกิจสามารถใช้ภาพยนตร์ที่มีคุณค่าเป็นจำนวนมาก เพื่อวัตถุประสงค์ในการฝึกอบรมโดยได้มาจากแหล่ง  ต่างๆหลายแห่ง เช่น เช่ามาจากธุรกิจเอกชน
 
การประเมินผลการปฏิบัติงาน
               นโยบายที่เหมาะสมของธุรกิจคือ  จะต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานเป็นระยะๆโดยทั่วไป ธุรกิจจะประเมินปีละครั้งหรือสองครั้ง พนักงานควรจะถูกประเมินโดยบุคคลอย่างน้อยที่สุดสองคนคือ ผู้บังคับบัญชาโดยตรงและผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจขนาดย่อม
                 พนักงานจะถูกประเมินโดยใช้ปัจจัยต่างๆซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่พวกเขาปฏิบัติ ปัจจัยที่ถูกประเมิน เช่น ทักษะ ความรับผิดชอบ ความพยายาม และทัศนคติ การประเมินเป็นระยะๆนี้ เมื่อผู้ประเมินนำไปเปรียบเทียบกับการประเมินที่ผ่านมาจะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมตัดสินใจได้ว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งก้าวหน้าไปเพียงใด หรือแนะนำสิ่งที่เขาจะต้องทำการปรับปรุง
 ค่าจ้างเงินเดือน 
                แผนการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนที่ยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญ การจ่ายค่าจ้างเงินเดือนต่ำกว่าอัตราที่จ่ายกันโดยทั่วไปในธุรกิจอื่นๆนั้นเป็นหนทางหนึ่งที่ธุรกิจจะสูญเสียพนักงานที่มีความสามารถไปได้ ค่าจ้างคือ เงินที่จ่ายให้แก่คนงานเป็นรายชั่วโมง ส่วนเงินเดือนคือ จำนวนเงินที่แน่นอนซึ่งจ่ายเป็นรายสัปดาห์ สองสัปดาห์ หรือรายเดือน
 
สวัสดิการให้แก่พนักงาน
              ผลประโยชน์พิเศษของพนักงานนอกเหนือจากค่าจ้างที่ได้รับที่เป็นค่าตอบแทนทางตรง ส่วนประโยชน์พิเศษที่พนักงานจะไดัรับเป็นค่าตอบแทนทางอ้อม ซึ่งสวัสดิการหรือค่าตอบแทนทางอ้อมที่พนักงานจะได้รับแตกต่างกันไปตามแต่ประเภทของธุรกิจ
 การสร้างความสัมพันธ์กับพนักงาน
                 การสร้างความสัมพันธ์กับพนักงาน หมายถึง ความสัมพันธ์ต่อเนื่องที่มีอยู่ต่อกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมกับพนักงานซึ่งเป็นตัวกำหนดสภาพแวดล้อมภายในองค์การและบรรยากาศภายในธุรกิจ สภาพแวดล้อมภายในองค์การ หมายถึง ความซับซ้อนทุกอย่างที่เกิดจากอิทธิพลทางสังคม (ปฏิกิริยา ภายในกลุ่มและภายในองค์การ) และปัจจัยทางเศรษฐกิจ (เงินเดือน ผลประโยชน์พิเศษ) ในขณะที่บุคคลทำงานภายในองค์การ ปัจจัยเหล่านี้มีผลกระทบไม่โดยทางตรงก็โดยทางอ้อมต่อทัศนคติ ความเข้าใจพฤติกรรม ความคาดหวัง และผลผลิตของบุคคลในองค์การที่มีต่อวัตถุประสงค์ขององค์การ นโยบายสภาพการทำงาน ผู้บังคับบัญชา ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน
                 1. บุคคลภายในองค์การ  การที่ผู้บริหารจะคิดว่าพนักงานเป็นแต่เพียงลูกจ้างเท่านั้นเป็นการไม่เหมาะสม ผู้บริหารควรจะคิดว่าพนักงานแต่ละคนเป็นตัวของตัวเอง มีความเชื่อ ความรู้สึก ความคิด และอารมณ์ของตนเอง พฤติกรรมของพนักงานในสถานที่ที่ทำงานถูกกำหนดขึ้นโดยปัจจัยจำนวนหนึ่ง ดังนั้น บุคคลจึงเป็นผลของ สภาพแวดล้อมทางร่างการและสังคม โครงสร้างด้านร่างกาย ความต้องการและเป้าหมาย และประสบการณ์ในอดีต
                2. ความต้องการของบุคคล : บุคคลทุกคนมีความต้องการ ความต้องการ หมายถึง สิ่งต่างๆที่บุคคลคนหนึ่งจะต้องมีเพื่อความอยู่รอด พฤติกรรมของบุคคลจะมุ่งไปสู่การตอบสนองความต้องการเหล่านี้ แรงจูงใจเป็นแรงผลักดันภายในตัวบุคคลที่จะนำพฤติกรรมมุ่งไปสู่การตอบสนองความต้องการ แรงจูงใจอาจจะเป็นไปในทางที่ดี หรือเป็นไปในทางที่ไม่ดี
ขวัญของพนักงาน
                 สภาพแวดล้อมภายในองค์การมีผลกระทบที่สำคัญต่อขวัญของพนักงาน ขวัญคือ ทัศนคติด้านจิตใจของบุคคลและกลุ่มงานที่มีต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน ขวัญของพนักงานอาจจะอยู่ในระดับสูงหรือระดับต่ำ เนื่องจากขวัญเป็นทัศนคติด้านจิตใจจึงเป็นการยากที่จะวัดความรู้สึกที่พนักงานมีอยู่ เทคนิคชนิดหนึ่งในการวัดทัศนคติของพนักงานคือ การสำรวจขวัญและทัศนคติ การใช้เทคนิคการสำรวจนี้พนักงานจะถูกขอร้องให้กาเครื่องหมายว่าพวกเขามีความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
                  เครื่องชี้ระดับขวัญของพนักงาน  ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมควรจะคำนึงถึงเครื่องชี้หรือสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญบางประการที่ชี้ว่าขวัญของพนักงานอยู่ในระดับต่ำ เครื่องชี้ที่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมควรจะพิจารณาแสดงไว้ในภาพ
 
ภาพแสดง เครื่องชี้ว่าขวัญของพนักงานอยู่ในระดับต่ำ
                  ผลกระทบของขวัญที่อยู่ในระดับต่ำซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายควรจะเป็นเรื่องหนึ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมจะต้องสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น เขาจึงต้องคิดหาวิธีที่จะให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยเกี่ยวกับสภาพขวัญของพนักงานและพยายามปรับปรุงแก้ไขสภาพโดยส่วนรวมของขวัญของพนักงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขา งานสำคัญของผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมคือ การค้นหาสาเหตุว่าเพราะเหตุใดอัตราการหมุนเวียนของพนักงานจึงสูงขึ้น เพราะเหตุใดผลผลิตจึงถูกกระทบกระเทือน เพราะเหตุใดจำนวนอุบัติเหตุจึงเพิ่มขึ้น การที่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมเพียงแต่แน่ใจถึงสาเหตุของปัญหาเหล่านี้จะทำให้เป็นไปได้ที่เขาจะดำเนินตามขั้นตอนเพื่อทำการแก้ไข
 แรงงานสัมพันธ์  
                ในส่วนของพนักงานจะมีแหล่งต่างๆที่ขอความช่วยเหลือได้ เช่น หน่วยงานของรัฐบาลและที่ปรึกษาเอกชน ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าคนงาน ส่วนนายจ้างจะแสวงหาความช่วยเหลือที่จะช่วยให้ปฏิบัติตามความรับผิดชอบที่เจ้าของธุรกิจจะต้องมีกฎหมายแรงงานกำหนดไว้ได้จากที่ใดบ้าง แหล่งที่จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาแรงงานมีอยู่หลายแหล่งซึ่งบางแหล่งให้บริการโดยไม่คิดค่าบริการแต่อย่างใด
                 แหล่งที่ให้ความช่วยเหลือปัญหาด้านแรงงานเช่นสำนักงานแรงงานและสวัสดิการสังคมในจังหวัดต่าง ๆ และในภาคเอกชนได้แก่ สมาคมนายจ้าง สมาคมการค้า ทนายความที่รับปรึกษาเรื่องแรงงานสัมพันธ์ ที่ปรึกษาด้านแรงงานสัมพันธ์
                การกระทำของสหภาพแรงงานมีประโยชน์บางประการที่เห็นได้ชัด ในธุรกิจขนาดย่อมหลายแห่ง พนักงานจะรวมกำลังกับเจ้าของธุรกิจโดยอาศัยผู้แทนของสหภาพแรงงานเพื่อที่จะปรับปรุงสภาพการทำงานและกำหนดรูปแบบของค่าจ้างที่ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ ถึงแม้ว่าเราจะยอมรับว่าส่วนหนึ่งของความก้าวหน้านี้สามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องอาศัยผู้แทนของสหภาพแรงงาน แต่กระนั้นก็ตาม ความก้าวหน้าดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้เร็วกว่า และมีประโยชน์อื่นๆที่วัดได้ยาก เช่น การประชุมเจรจาจะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมสามารถทำความคุ้นเคยกับพนักงานคนสำคัญๆซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับเลือกจากเพื่อนร่วมงานให้อยู่ในตำแหน่งผู้นำได้ดีขึ้น ความร่วมมือซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้นตามมาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถวัดได้ชัดเจน