การแปลผล T-test Independent

Posted on

t-test Independent Sample

ตัวอย่างที่ 1

เรื่อง : พฤติกรรมสุขภาพเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรเพื่อรักษาอาการป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในงานสาธารณสุขมูลฐานของอาสาสมัครพัฒนาสังคมในอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ผู้วิจัย : นรรจา นาคเกษม

ปี : 2544

หน่วยงาน : ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ตอนที่ 3 วิเคราะห์คะแนนเฉลี่ยความเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างพฤติกรรมสุขภาพด้านความรู้ เจตคติและการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สมุนไพร เพื่อรักษาอาการป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในงานสาธารณสุขมูลฐานของประชาชน ในอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดังปรากฏตามตาราง 6

ตาราง 7 ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพด้านความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรเพื่อรักษาอาการป่วย โรคระบบทางเดินหายใจ ในงานสาธารณสุขมูลฐานของอาสาสมัครพัฒนาสังคม ในอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำแนกตามเพศ

พฤติกรรมสุขภาพ

เพศ

n

 

s

t

p

ความรู้

ชาย
หญิง

100
126

13.62
13.25

2.86
1.49

1.70

0.28

เจตคติ

ชาย
หญิง

100
126

2.49
2.50

0.24
0.20

0.20

0.84

การปฏิบัติ

ชาย
หญิง

100
126

0.97
0.89

0.34
0.33

1.96*

0.05

* มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

จากตาราง 8 แสดงว่า อาสาสมัครพัฒนาสังคมในอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีเพศต่างกัน มีการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรเพื่อรักษาอาการป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ในงานสาธารณสุขมูลฐาน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานข้อ 3 โดยอาสาสมัครพัฒนาสังคมชาย มีการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สมุนไพร เพื่อรักษาอาการป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ในงานสาธารณสุขมูลฐานดีกว่าเพศหญิง ส่วนความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการใช้สมุนไพร เพื่อรักษาอาการป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในงานสาธารณสุขมูลฐาน ไม่แตกต่างกัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับสมมติฐานข้อ 1 และ 2 ที่ว่า อาสาสมัครพัฒนาสังคม ในอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีเพศต่างกันจะมีความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการใช้สมุนไพร เพื่อรักษาอาการป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในงานสาธารณสุขมูลฐานแตกต่างกัน


ตัวอย่างที่ 2

เรื่อง : การศึกษาสภาพปัญหาและความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ผู้วิจัย : รองศาสตราจารย์ ดร.ส.วาสนา ประวาลพฤกษ์ และคณะ

ปี : 2542

หน่วยงาน : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

2. การศึกษาปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จในการสอน

ในการศึกษาปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แบ่งโรงเรียนออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ โดยโรงเรียนในกลุ่มสูงคือโรงเรียนในแต่ละจังหวัดที่ถูกจัดอันดับอยู่ในเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 75 ขึ้นไป และโรงเรียนในกลุ่มต่ำคือ โรงเรียนที่ถูกจัดอันดับอยู่ในเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 25 ลงมา โดยเก็บข้อมูลจากครู 91 คนและนักเรียน 2,465 คน เก็บข้อมูลในด้านความถนัดทางการเรียนด้านตัวเลขและภาษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์และความสนใจทางวิทยาศาสตร์ ผลการศึกษาปรากฏดังนี้

1. ความถนัดทางการเรียนด้านตัวเลขและภาษา

ตาราง 20 ความถนัดทางการเรียนของนักเรียนในกลุ่มตัวอย่างแบ่งตามกลุ่มโรงเรียน

กลุ่ม

สถิติ

ตัวเลข 30 คะแนน

ค่าสถิติ t

ภาษา 25 คะแนน

ค่าสถิติ t

กลุ่มสูง


SD

16.20
6.99

t = 15.94

12.63
4.50

t = 12.29

กลุ่มต่ำ


SD

11.48
4.96

10.14
3.74

รวม


SD

13.59
6.21

.

11.14
4.15

.

จากตาราง 20 ความถนัดทางการเรียนของกลุ่มสูงมีค่าเฉลี่ยประมาณ 50% ของคะแนนเต็มทั้ง 2 ด้าน ส่วนกลุ่มต่ำมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็มและทั้งสองมีความถนัดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01

2. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ตาราง 21 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนในกลุ่มตัวอย่างแบ่งตามกลุ่มโรงเรียน

กลุ่ม

สถิติ

ทักษะ

รวม

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

กลุ่มสูง


SD

2.19
1.10

1.79
1.05

1.84
0.78

1.69
0.94

1.75
1.07

1.51
0.89

1.47
0.90

1.49
0.72

1.66
1.02

1.49
0.91

1.62
1.00

1.74
0.98

1.44
1.05

21.70
7.62

กลุ่มต่ำ


SD

1.59
0.97

1.26
0.97

1.52
0.78

1.35
0.87

0.98
0.94

1.19
0.78

1.19
0.89

1.30
0.78

1.12
0.94

1.08
0.85

1.15
0.91

1.35
0.88

0.87
0.79

15.95
5.48

รวม


SD

1.86
1.06

1.52
1.03

1.63
0.79

1.50
0.92

1.36
1.05

1.35
0.87

1.30
0.87

1.35
0.76

1.36
1.00

1.26
0.90

1.39
0.98

1.54
0.93

1.14
0.94

18.58
6.86

หมายเหตุ :

1. ทักษะการสังเกต

2. ทักษะการวัด

3. ทักษะการจำแนกประเภท

4. ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา

5. ทักษะการคำนวณ

6. ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล

7. ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล

8. ทักษะและพยากรณ์

9. ทักษะการตั้งสมมติฐาน

10. ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ

11. ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร

12. ทักษะการทดลอง

13. ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป

ทักษะการสังเกตมีจำนวน 4 ข้อ 4 คะแนน

ทักษะอื่น ๆ ม่จำนวน 3 ข้อ 3 คะแนน

ทักษะรวมมี 40 ข้อ 40 คะแนน

จากตาราง 21 จะเห็นว่า ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนโดยรวมมีค่าประมาณ 50% และต่ำกว่า แสดงถึงผลสัมฤทธิ์ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อพิจารณาในแต่ละกลุ่ม ปรากฏว่ากลุ่มสูงมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็มอยู่ 9 ทักษะ คือ การสังเกต การวัด การจำแนกประเภท การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา การคำนวณ การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล การตั้งสมมติฐาน การกำหนดและควบคุมตัวแปรและการทดลอง ส่วนในกลุ่มต่ำมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าครึ่งของคะแนนเต็ม มีเพียงทักษะเดียวคือ การจำแนกประเภท

เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำพบว่า มีความแตกต่างกันในทุกทักษะดังแสดงในตาราง 22

ตาราง 22 การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างประเภทของโรงเรียน

ทักษะ

ค่าสถิติ t

ระดับนัยสำคัญ

1. ทักษะการสังเกต
2. ทักษะการวัด
3. ทักษะการจำแนกประเภท
4. ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา
5. ทักษะการคำนวณ
6. ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล
7. ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล
8. ทักษะและพยากรณ์
9. ทักษะการตั้งสมมติฐาน
10. ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ
11. ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร
12. ทักษะการทดลอง
13. ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป

22.57
14.75
11.99
10.58
21.06
10.40
9.10
7.72
11.37
9.50
10.03
11.60
15.85
22.14

.01
.01
.01
.01
.01
.01
.01
.01
.01
.01
.01
.01
.01
.01

3. เจตคติต่อวิทยาศาสตร์

ตาราง 23 เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ของนักเรียนแบ่งตามกลุ่มโรงเรียน

กลุ่ม

 

SD

ระดับเจตคติ

ค่าสถิติ t

กลุ่มสูง
กลุ่มต่ำ

95.50
23.29

15.51
13.02

3.82 (มาก)
1.55 (ปานกลาง)

14.82

รวม

90.46

16.94

3.62

.

จากตาราง 23 ระดับเจคติของกลุ่มสูงอยู่ในระดับมาก และกลุ่มต่ำอยู่ในระดับปานกลาง และจากการทดสอบความแตกต่างระหว่างกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ ปรากฏว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4. ความสนใจทางวิทยาศาสตร์

ตาราง 24 ความสนใจทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนแบ่งตามกลุ่มโรงเรียน

กลุ่ม

 

SD

ระดับความสนใจ

ค่าสถิติ t

กลุ่มสูง
กลุ่มต่ำ

25.03
23.29

11.28
13.02

1.67
1.55

3.94

รวม

24.11

11.88

1.61

.

จากตาราง 24 นักเรียนมีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ระดับปานกลางค่อนไปทางบวกเล็กน้อยโดยระดับ 1.50 คือระดับเป็นกลาง เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ ปรากฏว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

 

About these ads